สอบถามรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ โทร.08-2904-7897 True 
 ตั้งแต่ 9.30 น.- 17.00 น. จันทร์-เสาร์ ยุดวันอาทิตย์  
 นอกเวลา ติดต่อทาง Email: cwpshop@gmail.com 
Line ID: cwpshop

images by free.in.th

การทำรายการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาไม่ว่าทางหน้าเวป, Mail หรือทาง line 
ให้รอ การตอบกลับเพื่อยืนยันและสรุปราคาก่อน แล้วจึงจะสามารถทำการโอนชำระค่าสินค้า 
โดยใช้ยอดเงินที่สรุปให้ 
 
แจ้งการชำระเงินทาง Mail, line หรือโทร.08-2904-7897, 08-7177-1644
  
 ดูหมายเลข บ/ช ธนาคาร คลิกที่นี่

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เมล็ดพันธุ์ >> เมล็ดมะละกอแขกนวล

เมล็ดมะละกอแขกนวล - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
เมล็ดมะละกอแขกนวล






  Tell a Friend

เมล็ดมะละกอแขกนวล

รหัสสินค้า: 000398
ราคา: 0.00 บาท
รายละเอียด:

มะละกอแขกนวล

 

ขนาดบรรจุ 22 กรัม (1000 เมล็ด) ปลูกได้ 1 ไร่ 

โดยหยอดเมล็ดมะละกอแขกนวล หลุมละ 3-4 เมล็ด

จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ฟรีทั่วประเทศ (งดส่วนลด 5%)

 

 

มะละกอพันธุ์แขกนวล ดำเนิน เป็นมะละกอที่ในวงการส้มตำถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ทำส้มตำได้อร่อยที่สุดเนื่องจากมีความกรอบและหวานกว่ามะละกอที่ทำส้มตำทุกพันธุ์ ทำให้ราคาในตลาดสำหรับมะละกอพันธุ์นี้พุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 15-18บาทในปัจจุบัน ราคาที่พ่อค้าเข้าไปซื้อถึงสวน ณ ปัจจุบันให้ราคาถึงกิโลกรัมละ 5บาทสำหรับมะละกอดิบแล้วถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก ซึ่งลักษณะเด่นของมะละกอแขกนวล ดำเนิน นั้นเป็นมะละกอทานดิบหรือมะละกอส้มตำให้ผลผลิตในรุ่นแรกที่อายุ 5เดือนขึ้นไป ซึ่งผลผลิตที่ได้ในเบื้องต้นประมาณต้นละ 20-30กิโลกรัมต่อต้นต่อเดือนโดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนละ 2-3ครั้ง และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องถ้าการดูแลการจัดการเรื่องธาตุอาหารดีจะไม่ทำให้เกิดอาการขาดคอรวงสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องถึง 2ปี นับว่าเป็นมะละกอที่จัดได้ว่าเป็นที่พืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก คุ้มค่าต่อการลงทุน อีกทั้งตลาดยังมีความต้องการสูง เฉลี่ยต่อต้นแล้วผลผลิตที่ได้เท่ากับต้นละ 200-300 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ถ้า 1ไร่ปลูกระยะห่าง 2x2เมตร 1ไร่ปลูก 400ต้นจะได้ผลผลิตเฉลี่ย 8-10 ตันต่อไร่ต่อปี ถ้าราคาตลาดรับซื้อที่กิโลกรัมละ 4บาท จะได้รายได้โดยประมาณ 320,000-400,000บาทต่อไร่ ซึ่งการเก็บมะละกอพันธุ์นี้ จะเก็บตอนน้ำหนักประมาณ 1.2-1.5กิโลกรัมซึ่งถือว่าเป็นมะละกอที่ยังอ่อนมากทำให้การเข้าทำลายของโรคจุดวงแหวนน้อยลง จึงถือว่าเป็นมะละกอที่เกษตรกรน่าจะหันมาทดลองปลูกดู ซึ่งการปลูกสามารถทำได้ดังนี้

การปลูกและดูแลรักษามะละกอพันธุ์แขกนวล ดำเนิน

การปลูกมะละกอแขกนวล ดำเนิน นิยมปลูกโดยวิธีการเพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้าลงแปลงปลูกเมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ 1เดือน

วิธีการเพาะเมล็ด

- นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำอุ่น 60องศา ทิ้งไว้ 1คืน สังเกตดูเมล็ดจะบวม พอง

- นำเมล็ดมะละกอมาเพาะในถุงดินที่เตรียมไว้โดยใช้ถุงดำขนาด 5x8นิ้ว ใส่วัสดุปลูกประกอบด้วยดิน 1ส่วน ทราย 1  ส่วน และ แกลบดำ 1ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน  โดยใส่เมล็ดมะละกอที่แช่แล้วถุงละ 3เมล็ด

- รดน้ำให้ชุ่ม ประมาณ 7-10วันเมล็ดก็จะเริ่มงอก

- ทำการรดน้ำพอชุ่มวันละครั้ง

ขั้นตอนการเตรียมดินและปลูกมะละกอพันธุ์แขกนวล ดำเนิน

- ทำการเตรียมพื้นที่ โดยการไถด้วยผาน 3  แล้ว หว่านด้วยแกลบขี้ไก่ประมาณ 400-600กิโลกรัมต่อไร่ และหว่านตามด้วยปูนโดโลไมท์ 100-200กิโลกรัมต่อไร่แล้วไถกลบ ทิ้งไว้ประมาณ5-7วันจะมีเมล็ดหญ้าแตกขึ้นมา ก็ทำการไถพรวนด้วยผาน 7อีกครั้งหนึ่ง

 

- มะละกอพันธุ์นี้ชอบดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วน หรือดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุมาก ไม่ชอบน้ำขัง และควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1เมตร ช่วงระดับความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมคือ 5.5-7มะละกอไม่ทนดินเกลือไม่ทนลม แหล่งปลูกจึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมแรง   มะละกอพันธุ์นี้จะเจริญเติบโตได้ดี ถ้าได้รับแสงแดดเต็มที่  มะละกอมีก้านใบยาวและกลุ่มใบจะมีมากที่ยอด จึงไม่ควรปลูกมะละกอให้ชิดกันเกินไป จะทำให้ไม่สะดวกในการป้องกันกำจัดศัตรูของมะละกอ

- ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 2.5x2.5เมตร หรือ 3x3เมตรแหล่งปลูกมะละกอควรอยู่ใกล้เมืองหรือมีทางคมนาคมสะดวก เนื่องจากผลผลิตที่ได้ค่อนข้างมีปริมาณมากจะทำให้การขนส่งได้สะดวก

การเตรียมแปลงปลูก

- วัดระยะแปลงปลูกตามความต้องการ ควรปักหลักเล็ก ๆ ห่างจากหลักหลุมปลูก อีก 2หลัก โดยปักให้ห่างข้างละ 50เซนติเมตร

- ขุดหลุมปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยมให้ขอบหลุมห่างจากหลักกลางประมาณ 25เซนติเมตร และขุดลึก 50เซนติเมตร เอาดินขึ้นไว้บนปากหลุมอย่าให้โดนหลักเล็กทั้ง 2ซึ่งจะเป็นหลักบังคับระยะปลูก

- ใส่ปุ๋ยคอกเก่า ๆ หรือปุ๋ยชีวภาพ ประมาณ 1พลั่วหรือครึ่งบุ้งกี๋ลงบนดินที่ขุดขึ้นมา ใส่ ร๊อคฟอตเฟตลงไปอีก 100กรัม คลุกเคล้าดินกับปุ๋ยให้เข้ากันดี แล้วใช้จอบกลบดินลงหลุมให้เสมอปากหลุม

- ก่อนปลูก หาไม้ไผ่ยาวประมาณ 1เมตร ทำเครื่องหมายที่ตำแหน่ง 0.50เมตรและ 1  เมตร เป็นเครื่องหมายต้นปลูก เพื่อให้แถวปลูกตรงกันทุกต้น

วิธีการปลูก

- ให้นำต้นกล้าเรียงกระจายไว้ตามหลุมต่าง ๆ หลุมละหนึ่งถุง หลังจากนั้นกรีดถุงพลาสติกออก เอาต้นกล้าวางให้ตรงตำแหน่งระยะปลูกกลางหลุม กลบดินให้แน่น โดยเฉพาะรอบ ๆ โคนต้นเพื่อให้รากจับดินใหม่ได้เร็ว ต้นจะตรงกันทุกแถวแล้วรดน้ำให้ชุ่ม

การให้ปุ๋ย

- หลังจากปลูกมะละกอได้ประมาณ 1เดือน แล้วเพื่อให้มะละกอเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องควรให้ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0อัตรา 5กิโลกรัมผสมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15อัตรา 5กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วหว่านรอบต้น ต้นละ  50กรัมต่อต้น  ทุกๆ 15วันต่อหนึ่งครั้ง

 

- ในช่วงเดือนแรก จำเป็นที่จะต้องฉีดสารเคมีป้องกันกำจัด เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน แมลงหวี่ขาวซึ่งเป็นพาหะนำพาโรคจุดวงแหวนไว้ทุก ๆ 7-15วัน 

- ในเดือนที่ 2ให้เปลี่ยนสูตรปุ๋ย เป็นสูตร 46-0-0อัตรา 3กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยสูตร15-15-15อัตรา 7กิโลกรัม หว่านรอบต้น ต้นละ 50กรัมต่อต้น

- ในเดือนที่ 3  จะเริ่มติดดอก ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21อัตรา 18กิโลกรัม ผสมกับ 0-0-60อัตรา 2กิโลกรัม หว่านให้ทั่ว

- ทางใบ ให้ฉีดทำดอกด้วยปุ๋ย สูตร 0-52-34อัตรา 60กรัมต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดทุก 7-15วัน จะทำให้มีดอกอย่างต่อเนื่อง ตลอดให้ฉีดสูตรนี้ทุกเดือนจะทำให้มะละกอมีดอกตลอดไม่ขาดคอรวง

- ในเดือนที่ 4จะเริ่มติดผลเล็ก ช่วงนี้อย่าให้ขาดน้ำ และใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21  อัตรา 20กิโลกรัม หว่านต้นละ 200กรัมต่อต้น ทุก ๆ 15วันไปตลอด โดยสังเกตถึงสีของใบเป็นหลัก ถ้ารู้สึกว่าใบเหลือง ให้ผสม ปุ๋ย 46-0-0  อัตรา 50กรัมต่อน้ำ 20ลิตร

การกำจัดวัชพืช

- ในระยะที่ปลูกมะละกอใหม่ ๆ เกษตรกรสามารถปลูกพืชแซมร่วมกับมะละกอในช่องว่างระหว่างแถว ระหว่างต้น เมื่อมีวัชพืชขึ้น การดายหญ้าพืชแซมควรดายหญ้ามะละกอไปด้วย แต่การดายหญ้าด้วยจอบควรระวังคมจอบสับต้นหรือรากมะละกอ จะทำให้ต้นมะละกอชะงักการเจริญเติบโต หรือทำให้เกิดโรครากเน่าได้ ทางที่ดีควรใช้เศษหญ้าแห้งหรือฟางข้าวคลุมโคนให้หนา ๆ จะทำให้ไม่มีเมล็ดหญ้างอกใหม่ การปลูกมะละกอนั้นไม่ควรใช่ยากำจัดวัชพืชโดยเด็ดขาด เพราะมะละกอนั้นอ่อนไหวต่อสารกำจัดวัชพืชมาก

การออกดอกติดผล

- มะละกอเป็นพืชที่มีดอก 3ชนิดอยู่คนละต้น คือ

- ต้นตัวผู้ จะมีดอกตัวผู้ล้วนเป็นจำนวนมากอยู่บนก้านช่อยาวที่แตกแขนง ถ้าพบควรตัดทิ้งไปเพราะไม่ให้ผลผลิต หรือให้ผลได้ก็ไม่สามารถจำหน่ายได้คุ้มค่าเท่าต้นตัวเมีย

- ต้นตัวเมีย จะมีแต่ดอกเพศเมียเท่านั้น ดอกจะออกมาจากส่วนมุมด้านใบติดลำต้น เป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ รังไข่มีรูปร่างป้อม ให้ผลค่อนข้างกลม ช่องว่างในผลมีมากจึงไม่ค่อยนิยมเช่นกัน

- ต้นสมบูรณ์เพศ หรือต้นกะเทย จะมีช่อดอกติดกันเป็นกลุ่ม ต้นสมบูรณ์เพศจะมีดอกสมบูรณ์เพศและดอกตัวผู้อยู่ในช่อดอกเดียวกัน และดอกสมบูรณ์เพศจะมี 3ชนิดตามตำแหน่งของเกสรตัวผู้ ดอกสมบูรณ์เพศชนิดธรรมดาทำให้ผลมีรูปร่างทรงกระบอกสวย เป็นที่นิยมของตลาด ผลที่เกิดจากดอกสมบูรณ์เพศที่ดอกตัวผู้ติดอยู่กับรังไข่ทำให้ผลบิดเบี้ยวและดอกสมบูรณ์เพศที่ทำให้ผลเป็นพลูลึก ผลจากดอกสมบูรณ์เพศสองชนิดหลังนี้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูก ต้องหมั่นคอยตรวจดูและปลิดออกตั้งแต่ผลยังเล็ก ๆ นอกจากนั้นแม้ว่ามีดอกสมบูรณ์เพศชนิดธรรมดา แต่ถ้าช่อดอกแตกแขนงและติดผลดก ผลจะเบียดกันมาก ทำให้ผลเล็กได้ จึงขอแนะนำให้เด็ดผลที่อยู่ที่แขนงข้างออก ให้เอาไว้แต่ผลที่ปลาย ช่อดอกจึงจะได้ผลใหญ่สม่ำเสมอกันทั้งต้น ถ้าทำทั้งสวนจะทำให้มีขนาดผลเกินมาตรฐาน จะสามารถขายง่ายและป้องกันการโค่นล้มได้อีกด้วย

- ดังนั้นเมื่อมะละกอที่ปลูกเมื่อมีดอกแล้วจึงจำเป็นต้องคัดให้เหลือต้นที่มีดอกสมบูรณ์เพศเท่านั้น

โรคและแมลงของมะละกอ

- ไรแดง มีลักษณะคล้ายแมงมุม มี 6ขา ตัวเล็กมาก จะมีใยคล้าย ๆ แมงมุมอยู่บริเวณยอด หรือเข้าทำลายโดยดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆ ของมะละกอ เช่น ใบ ผล ดอก หรือส่วนอ่อน ๆ ของพืช มักจะระบาดในช่วงที่มีอากาศร้อน และแห้ง ถ้าพบระบาดมากสามารถใช้สารเคมีประเภท ไดฟอน  โพพาไกด์  พอสซ์  ไดโนทีฟูเรน โดยใช้ตามคำแนะนำที่ติดอยู่บนฉลากยา

- เพลี้ยไฟ เป็นศัตรูที่สำคัญของมะละกออีกชนิดหนึ่ง โดยมีลักษณะการทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆ ของพืชเป็นพาหะของเชื้อไวรัส มักระบาดช่วงฤดูร้อน การป้องกันทำได้โดยการฉีดสารเคมีกำจัดซึ่งต้องเปลี่ยนสารอยู่เสมอ ไม่ควรฉีดชนิดใดชนิดหนึ่ง ยาที่ใช้ได้ผลคือ ไดเมทโธเอท คาร์โบซัลแฟน โปรวาโด  อิมิดาคลอพริด แอสเซนด์

- เพลี้ยอ่อน เป็นแมลงศัตรูที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง โดยมีลักษณะการทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนอ่อนของต้นมะละกอ เช่น ใบอ่อน ยอดอ่อน ดอกหรือส่วนอ่อนของลำต้น ที่สำคัญเพลี้ยอ่อนยังเป็นพาหะก่อให้เกิดโรคใบด่าง ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงของมะละกอด้วย การป้องกันควรฉีด คลอไพริฟอสผสมกับปิโตเลียม ออยย์ ป้องกันไว้ตลอด

- แมลงหวี่ขาว  เป็นพาหะสำคัญอีกตัวหนึ่ง มักจะดูดน้ำเลี้ยงและปากเป็นพาหะให้เกิดโรคไวรัสวงแหวนได้ มักจะพบเวลาช่วงเช้าหรือเย็นเมื่อเดินแล้วพบการบินของแมลงปีกขาว ๆ เล็ก ๆ แสดงว่าพบการระบาดแล้ว เมื่อพบการระบาดควรพ่นกำจัดด้วย พอสซ์  สตาร์เกิล  ให้ฉีดให้ทั่วทั้งบริเวณหญ้าด้วย

- เพลี้ยแป้ง  มักจะพบระบาดในช่วงฤดูแล้ง เกาะดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ ใบจะหงิก หด จะเข้าเกาะกินบริเวณตาทำให้ลำต้นบิดเบี้ยว ถ้ากินผล ผลจะบิดเบี้ยว  ถ้าระบาดมากทำให้ต้นมะละกอตายได้ การกำจัด ใช้เคมี แอสเซนด์ผสมด้วยไวท์ออยย์ หรือ คลอไพริฟอสผสมด้วยไวท์ออยย์

โรคของมะละกอที่น่ากลัวมีดังนี้

- โรคใบด่างจุดวงแหวน เกิดจากเชื้อ Papaya ringspot virus เชื้อเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะละกอ เข้าต้น จะทำให้ต้นแคระแกร็น ใบด่างเหลือง บิดเบี้ยวเสียรูป ใบจะหงิกงอเรียวเล็กเหมือนหางเรือใบ จะเหลือแต่เส้นใบดูเหมือนเส้นด้าย และต้นกล้าอาจตายได้หรือไม่เจริญเติบโตในต้นที่โตแล้วใบบิดเบี้ยว หงิกงอ ยอดและใบมีสีเหลืองกว่าต้นที่ไม่เป็นโรค และจะสังเกตเห็นลักษณะจุดหรือทางยาวสีตามก้านใบ ลำต้น การติดผลจะไม่ดีหรือไม่ติดเลย  ถ้าเข้าผลมะละกออาจบิดเบี้ยว มีจุดลักษณะเป็นวงแหวน ทั่วทั้งผล แผลมีลักษณะคล้ายสะเก็ด โรคนี้สามารถแพร่ระบาดไปได้โดยมีเพลี้ยอ่อนหลายชนิดเป็นพาหะ โดยเพลี้ยอ่อนจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่เป็นโรคเชื้อไวรัสจะติดอยู่กับส่วนปากแมลง ๆย้ายไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่ไม่เป็นโรค ก็จะถ่ายเชื้อไวรัส การถ่ายทอดโรคนี้ใช้เวลาสั้นมาก ภายหลังจากมะละกอได้รับเชื้อไวรัสแล้วประมาณ 15-30วินาที ก็จะแสดงอาการของโรค การป้องกันและกำจัด ต้องใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาฉีดที่แปลงปลูกก่อนที่จะปลูกมะละกอ และต้องคอยหมั่นตรวจดูอย่าให้พบเพลี้ยอ่อน ถ้าพบระบาดต้องรีบกำจัด  ถ้าเป็นมากต้องถอนทิ้งและเผาทำลาย  ถ้าเริ่มแสดงอาการบางต้นให้พ่นสารเคมีประเภทโพลคลอราช+พิโคลนาโซน จึงจะฟื้นตัวได้

- โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gioeosporeioides ลักษณะอาการของโรค ใบ จะเป็นจุดขอบแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อส่วนกลางจะมีสีซีดจาง และมักจะขาดเป็นรูทะลุในเวลาต่อมา มักพบจุดดำเล็ก ๆ กระจายทั่วบริเวณแผล ซึ่งคือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา ผล เห็นได้ชัดเมื่อเกิดกับผลสุก จะเกิดลักษณะแผลกลมฉ่ำน้ำ และยุบลงในแผล ตรงกลางจุดจะมีสปอร์ของเชื้อสีส้มหรือสีชมพูเป็นวงชั้น ๆ บริเวณแผลและแผลจะลุกลามขยายตัวไปทั่ว ทำให้ผลมะละกอเน่าเสียในเวลารวดเร็ว โดยเฉพาะในสภาพอากาศอบอ้าว  การป้องกัน ควรฉีดสารเคมีตระกูล ดาโคนิล หรือแอนทราโคล หรือโปรคลอราช+คาร์เบนดาซิม

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร     
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ช.ชวาลพิชญ์
44/1 หมู่ 8 ตำบลสันทราย อำเภอฝาง
ช.ชวาลพิชญ์ ... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
คุณสามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
รับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสอบถาม 08 2904 7897 ได้ในเวลา จันทร์ - เสาร์ ช่วงเวลา 08.00 - 17.00 น ตอบอีเมล์ทุกๆ วันภายใน 24 ชั่วโมง
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ทางเว็บไซต์ยึดถือปฏิบัติตามนโยบายรักษาความลับส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัดในการรับข้อมูลส่วนตัวของท่านผ่านทางเว็ปไซต์ และทางเว็บไซต์จะไม่ส่งข้อมูลส่วนตัวของท่านไปยังบุคคลอื่นโดยไม่ผ่านความยินยอมจากท่านโดยเด็ดขาด็บไซต์โดยเคร่งครัด